Craft Content ยังไงให้ออกมาเวิร์ค

เคยมั้ย? อยากทำ Content ซักตัว แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรดี เพราะอยากได้ทั้ง Awareness ทั้ง Engagement ทั้งยอดขาย หรือ Data ไปทำอะไรต่อยอดได้ แต่จริงๆ แล้วคงต้องจูนกันก่อนว่า มันไม่ได้ไปหมดทุกอย่างหรอกเพราะหนึ่ง Content ก็มี Objective ทางการตลาดคนละแบบนะครับ

วันนี้เลยจะมาแนะนำกันว่าทำ Content ให้ดีต้องมีวิธี Craft ยังไงบ้าง

1. ฟันธง Objective ให้ชัดและอย่าเปลี่ยน
แน่นอนว่าเวลาเราจะลงเงินลงแรง และเสียเวลากับงานซักงาน ให้ถามตัวเองก่อนว่าทำไปเพื่ออะไร การทำ Content ก็เช่นกันครับ ควรจะกำหนดจุดมุ่งหมาย หรือ Objective กันให้ชัดก่อนลงมือกัน

เช่น จะทำ VDO เพื่อ Awareness ให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หรือเฉพาะกลุ่ม (แล้วแต่ประเภทสินค้า) ก็ควรฟันธงและเคาะกับทีมให้เข้าใจตรงกัน เพราะถ้าสรุป Direction และเริ่มผลิต Content ไป แล้วมาตั้งคำถามตอนจบแคมเปญว่า ทำไมยอดขายไม่ดีขึ้นทีมจะมองหน้ากันไปมาเสียเปล่าๆ นะครับ

ซึ่งใน Stage ของ Awareness นี้แค่พาคนไปเจอ Solution เท่านั้น และตัวลูกค้าถึงจะ Consideration และ Compare ต่อว่าจะซื้อสินค้าหรือไม่ซื้อดี (Purchase) คุ้มหรือไม่คุ้มเท่านั้น ซึ่งตรงส่วนนี้หน้าเว็บต้องเข้ามา Supportในเรื่อง UX/UI ต่อไปครับ (ถ้า UX/UI ไม่ดีแถมความเร็วเว็บยังอืด ถึงทำ Content ดีแค่ไหนคนเข้ามาก็ Bounce ออกแน่นอน)

2. เราทำ content ให้ใครเห็น?
เป็นคำถามที่ต้องตอบให้ได้กันก่อน เพราะการทำ Content ที่ดีไม่ควรหว่านแหกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการให้เห็น Content เรา แต่ต้องเลือกกลุ่ม Target ให้ชัดและดู Behavior ของกลุ่มเป้าหมายที่เราจะสื่อสารก่อน แล้วถึงจะผลิต Content ขึ้นมาเพื่อเข้าถึง Moment ของคนกลุ่มนั้น

ความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายนี้ ถ้าจะให้ดีควรทำ Research หรือ Survey ไม่ควรมโนคิดขึ้นมาเองนะครับ จากนั้นค่อยนำ data มาเป็นข้อมูลดิบเพื่อประชุมกันในทีมให้ได้ Big idea ก่อน แล้วจึงทำ Content Strategy เพื่อเป็นแผนที่ในการทำงานแต่ละ Stage (Awareness, Consideration, Purchase) ให้ทีมไม่ออกนอกกรอบกลยุทธ์และ Direction เพื่อนำ Content ที่ผลิตไปสู่สายตาได้ตรงผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งระหว่างการผลิต Content นั้นก็ต้องคอยรีเช็คงาน ถามตัวเองและรีวิวงานกับทีมเรื่อยๆ กันด้วย เพื่อไม่ให้หลุดกลายเป็นพื้นที่ปล่อยของเพื่อแสดงตัวตนของใครคนใดคนหนึ่ง จนลด Objective ที่แบรนด์ต้องการนำเสนอ

เมื่อรู้แล้วว่าจะทำ Content เพื่อใครก็ไม่ใช่เรื่องยากในการวางแผนโฆษณาทางออนไลน์และเลือกช่องทาง Promote ต่อไปครับ

3. Creative Creative และ Creative
บนโลกออนไลน์คุณเองก็ทราบดีว่ามี Content ล้นหลามมากมายแค่ไหนในแต่ละวัน สายตา 1 คู่ของ User หรือกลุ่มเป้าหมายของคุณเขาเหล่านั้นก็เห็นไม่ต่างกัน แล้วทำไมเขาต้องมา Engage และหยุดดูที่ Content ของคุณ?

นี่คือสิ่งที่แบรนด์ต้องคิดและทบทวนให้ดีว่าจะใช้กลยุทธ์อะไรในการนำเสนอ Content เพื่อให้ลูกค้าเป้าหมายเกิด Thumb-Stopping หรือหยุดเลื่อนมือถือและ หยุดดู Content คุณจนจบเพื่อไปสู่ Journey ที่คุณวางไว้

ในจุดนี้เอง Creative หรือความคิดสร้างสรรค์จะเข้ามาช่วยทำให้ content ของคุณน่าดึงดูดใจต่อผู้ชมให้ดูหรืออ่านจนจบและเกิดการจดจำแบรนด์และสินค้าขึ้น บางครั้งคำว่า Creative อาจไม่จำเป็นต้องตลก แต่คือ Storytelling ที่มีความแตกต่างในการนำเล่าเรื่อง และพา User ไปเจอมุมมองใหม่ๆ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์และประเภทสินค้า

ทิ้งท้ายไว้อีกซักนิดครับ เรื่องคุณภาพของ Content นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในสายตา User นะครับ ไม่ว่า Budget คุณจะมีน้อยหรือมากก็ไม่ควรปล่อย Content แย่ๆ ออกไปครับ ดังเช่นที่ผมมักบอกกับน้องๆ ในทีมและเอเจนซี่เสมอว่า งานไม่ดีอย่าปล่อยเพราะผลที่ตามมาไม่คุ้มแน่นอน

และหวังว่าเนื้อหาบทความนี้จะเป็นไอเดียตั้งต้นที่ช่วยให้คุณ Craft Content ชิ้นต่อไปของคุณให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายกันนะครับ

…….

บอย ชาลี ลีติกุล
www.boyleetikul.com/

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s